ลูกช้างตัวน้อยที่เกิดมาพร้อมกับ “ผิวสีชมพู” หรือ "ช้างผิวเผือก" เขาเกิดและเติบโตขึ้นในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติมาไซมารา (Maasai Mara National Reserve) ประเทศเคนยา เมื่อช่วงเดือนเมษายน 2562 ที่ผ่านมาและในตอนนี้ลูกช้างกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าเขากำลังใช้ชีวิตอยู่ในความเสี่ยงมากมายที่อาจจะทำให้ไม่มีโอกาสเติบโตขึ้นเป็นช้างตัวโตได้ แต่เจ้าหน้าที่กลับเลือกที่จะให้ลูกช้างได้ชีวิตเองตามธรรมชาติกับแม่ในโขลงของเขา...
.
ภาพที่สวยงามของลูกช้างป่าสีชมพูตัวนี้ได้รับการบันทึกไว้โดยช่างภาพสัตว์ป่า "โมสตาฟา เอลโบลโลซี่" (Mostafa Elbrolosy) ซึ่งทำงานเป็นช่างภาพให้กับค่ายซาฟารีในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติมาไซมารา โมสตาฟาเล่าว่า ทันทีที่เขาได้ยินเรื่องราวของลูกช้างสีชมพูเขาก็รู้สึกตื่นเต้นและไม่รีรอที่จะทิ้งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าแล้วออกเดินทางมุ่งหน้าไปพบกับสิ่งมีชีวิตที่สวยงามจากการสรรค์สร้างโดยธรรมชาติที่หายากนี้ด้วยตาของตัวเองทันที...
.
“ในขณะที่ผมกำลังทำงานของผมอยู่ที่มาไซมารา ผมก็ได้รับวิทยุแจ้งข่าวว่ามีช้างเพศเมียตกลูกออกมาเป็นสีชมพู หรือที่เรียกกันว่า ช้างผิวเผือก เมื่อผมได้ยินแบบนั้นผมรีบเตรียมกล้องและมุ่งหน้าไปที่นั่นทันทีพร้อมกับไกด์นำทางอีกคนหนึ่ง”
.
“ผมกับไกด์ผู้นำทางได้ใช้เวลาออกตามหาเขาอยู่นานมากในช่วงเช้าของวันนั้น จนกระทั่งในช่วงบ่ายเราก็ได้เจอกับสิ่งมีชีวิตที่สวยงามที่พวกเรากำลังตามหา มันเป็นความโชคดีมากสำหรับผมเพราะมีน้อยคนมากที่จะได้เห็นอะไรแบบนี้ ”
.
“สิ่งที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นกับช้างตัวนี้เป็นอะไรที่เกิดขึ้นได้ยากมากๆ ที่นี่ มันเหมือนเป็นจุดสูงสุดสำหรับชีวิตการเป็นช่างภาพสัตว์ป่าอย่างผมที่ได้มีโอกาสจับกล้องถ่ายภาพและได้เห็นความสวยงามของเด็กน้อยที่หายากตัวนี้ มันเหมือนฝันที่เป็นจริงของผม ”
โมสตาฟากล่าวเสริม
.
ช้างผิวสีชมพู หรือ ช้างผิวเผือกเป็นความพิเศษด้านพันธุกรรมที่เกิดจากยีนส์ด้อยที่ส่งผลให้ไม่มีเอมไซน์เมลาโนไซท์ ไทโรซิเนส (melamocyte tyrosinase) ไปเปลี่ยนสารไทโรซินให้กลายเป็นเมลานิน หรือขาดการสร้างเม็ดสี เรียกว่า การเกิดภาวะผิวเผือก (Albinism) หากเกิดภาวะเผือกแบบสมบูรณ์ (Complete Albinism) ช้างตัวนั้นจะมีผิวขาวอมชมพู มีเส้นขนและเล็บขาว และไม่มีเม็ดสีในม่านตาจนสะท้อนมาเห็นเป็นตาสีแดงทับทิม ซึ่งช้างผิวเผือกมักจะพบกับปัญหาในการดำรงชีวิต เช่น ไม่สามารถพรางตัวได้ หรือมักมีโรคเกี่ยวดวงตาและผิวหนังที่มีเม็ดสีเพื่อกรองแสงน้อย ทำให้มีอายุสั้นหรือรอดจากผู้ล่าได้ยาก
.
ถึงแม้ว่าลูกช้างสีชมพูหรือ ช้างผิวเผือกจะเป็นสัตว์ที่หาได้ยากมากๆ ในเคนยา และการปล่อยให้ลูกช้างใช้ชีวิตเองตามธรรมชาติก็ค่อนข้างเสี่ยงที่จะให้ลูกช้างตัวน้อยจากไปก่อนวันอันควร ด้วยผิวที่บอบบางเสี่ยงกับแสงแดดที่รุนแรง และสีที่แตกต่างโดดเด่นทำให้นักล่าที่สังเกตได้ง่าย ที่สำคัญร่างกายของเขาก็อ่อนแอกว่าลูกช้างปกติด้วย แต่เจ้าหน้าที่ฯ ก็เลือกที่จะให้ลูกช้างเติบโตตามธรรมชาติต่อไป
.
“เขาถูกห้อมล้อมและปกป้องเป็นอย่างดีจากโขลง แม่ช้างคอยอยู่ใกล้ๆ เขาเสมอ เขาจะเดินตามแม่ไปทุกๆ ที่ ตอนนั้นเขาอายุเพียงแค่ 8 ชั่วโมงเท่านั้น เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นภาพอันน่าทึ่งนี้”
โมสตาฟากล่าว
.
.
โชคไม่ดีนักสำหรับลูกช้างที่มีภาวะผิวเผือก เมื่อดวงตาของเขาจะบอบบางกว่าลูกช้างปกติ และด้วยแสงแดดที่ร้อนแรงของเคนยาอาจจะทำให้ลูกช้างตาบอดได้ในอนาคต
.
ตามปกติแล้วช้างผิวเผือกมักถูกปฏิเสธจากโขลงของเขา เนื่องจากมีลักษณะที่แตกต่างจากช้างส่วนใหญ่ในโขลง ดังนั้นการที่ลูกช้างตัวดังกล่าวได้รับการปกป้องเป็นอย่างดีจากโขลงนั้นเป็นเรื่องที่แปลกอยู่ไม่น้อยเลย
.
ลูกช้างสีชมพู หรือ ช้างผิวเผือก แอฟฟริกาพบครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา ภายในบริเวณอุทยานแห่งชาติครูเกอร์ (Greater Kruger National park) ประเทศแอฟฟริกาใต้ โดยลูกช้างเพศเมียตัวดังกล่าวมีผิวสีชมพูทั่วทั้งตัว เธอโดดเด่นท่ามกลางช้างนับสิบตัว โชคดีที่โขลงช้างให้การยอมรับในตัวเธอและพยายามปกป้องดูแลเธอจนเติบโตมาเป็นช้างสาวที่สวยและสง่างามในปัจจุบัน
.
.
ถึงแม้ว่าผิวสีชมพูของเธอจะเลื่อนหายไปในเวลาต่อมาแต่การมีชีวิตอยู่ของเธอก็สามารถพิสูจน์ได้ว่า ลูกช้างผิวสีชมพูสามารถมีชีวิตอยู่รอดตามธรรมชาติได้เอง โดยไม่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษจากมนุษย์ นั้นทำให้เจ้าหน้าที่ฯ เชื่อว่าลูกช้างตัวน้อยที่เคนยาก็จะสามารถเติบโตมาเป็นช้างหนุ่มที่สง่างามได้เช่นกัน
.
.
ขอบคุณข้อมูลจาก Unilad, conservationaction.co.za, jabulanisafari.com
.
.
.
.
ช่วยกดไลก์ กดแชร์ เป็นกำลังใจให้ Dog’s Clip ด้วยนะครับ
หากมีประสบการณ์ หรือเรื่องราวที่น่าสนใจของเหล่าเพื่อนสัตว์
อย่าลืมส่งมาแบ่งปันด็อกคลิปนะครับ เรื่องราวของคุณอาจสร้างแรงบันดาลใจ
หรือช่วยให้เหล่าเพื่อนสัตว์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้
กดเพื่อเข้าร่วมกลุ่มด็อกคลิป , กดเพื่อส่งเรื่องราวของคุณ หรือติดแฮชแท็ก #dogsclip
..................................................................
บทความโดย dogsclip.com
“บทความถูกรวบรวมและเรียบเรียงขึ้นใหม่ด้วยสำนวนของด็อกคลิป บทความมีลิขสิทธิ์ห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก และ หรือ ดัดแปลงนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อสร้างรายได้ก่อนได้รับอนุญาต”
.
.