“เจฟฟ์ โบเนิร์ต” (Jeff Bohnert) แทบหัวใจสลายหลังพบว่า “แอ๊บบี้” (Abby) น้องหมาสายพันธุ์พุดเดิ้ลผสม อายุ 13 ปี ที่เขารัก หายตัวออกจากบ้านไปในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา เจฟฟ์ไม่เคยนิ่งนอนใจและใช้เวลานานหลายสัปดาห์พยายามออกตามหาแอ๊บบี้ทุกวันอย่างไม่หยุดหย่อน แต่น่าเศร้าเขากลับไม่พบร่องรอยของเธอเลย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นราวกับว่าแอ๊บบี้หายตัวไปดื้อ ๆ เจฟฟ์รู้สึกเสียใจมากก่อนจะหันกลับมาทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อทำใจยอมรับความจริงว่า แอ๊บบี้น้องหมาแสนรักที่อยู่ด้วยกันมานานกว่า 13 ปี คงไม่มีโอกาสได้กลับบ้านเพื่อมีช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกับครอบครัวอีกแล้ว
.
จนกระทั่งในวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา หรือประมาณ 2 เดือนนับจากวันที่แอ๊บบี้หายตัวไป “เกอร์รี่ คีนีย์” (Gerry Keene) , “ริค เฮลี่ย์” (Rick Haley) และทีมนักสำรวจกว่า 30 คน ได้ออกไปทำภารกิจสำรวจถ้ำทางตอนเหนือของเมืองเพอร์รี่วิล รัฐมิซซูริ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการมูลนิธิวิจัยถ้ำ
.
เส้นทางการสำรวจที่ถูกกำหนดเอาไว้ตามแผนในวันนั้นคือ พวกเขาจะเริ่มการเดินสำรวจที่บริเวณปากถ้ำเบโรมมัวร์ จากนั้นจะเดินสำรวจต่อไปเรื่อย ๆ เป็นระยะทางประมาณ 1.6 กิโลเมตร ก่อนจะเดินลัดเลาะตามเส้นทางคดโค้งและอันตรายภายในถ้ำเพื่อสิ้นสุดภารกิจที่บริเวณปากถ้ำทอมมัวร์ แต่ทว่าในวันสำรวจพวกเขากลับไม่สามารถทำภารกิจได้ตามแผนที่วางเอาไว้ได้สำเร็จ เนื่องจากระหว่างทางพวกเขาได้พบกับเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างที่สุดบริเวณโถงถ้ำเล็กที่มืดสนิท เงียบสงัดและชื้นแฉะ
.
สิ่งที่ทีมนักสำรวจพบคือสิ่งมีชีวิตตัวน้อยลักษณะคุ้นตาที่ไม่มีทางเป็นไปได้เลยว่าจะสามารถพบได้ ณ โถงถ้ำใต้ดินที่ลึกกว่า 152 เมตร! เธอคือน้องหมาผู้น่าสงสารที่กำลังสับสนและดีใจอย่างที่สุด หลังจากที่ได้ยินเสียงเพื่อนมนุษย์และแสงไฟส่องสว่างพุ่งตรงเข้าไปหา แววตาของน้องหมาเริ่มเปล่งประกายและเต็มไปด้วยความหวัง ถึงแม้ในตอนนั้นเธอจะแทบไม่มีแรงพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืนได้ก็ตาม
.
นักสำรวจอธิบายว่าวินาทีแรกที่พวกเขาเดินไปพบ น้องหมาอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ ร่างกายผอมโซ เนื้อตัวเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก เธอนอนขดตัวอยู่บนพื้นโถงถ้ำที่ชื้นแฉะด้วยท่าทีที่สิ้นหวังและพร้อมที่จะตายได้ในทุกวินาที ซึ่งภายหลังพวกเขาได้ทราบว่าน้องหมาตัวดังกล่าวมีเจ้าของและเธอมีชื่อว่า "แอ๊บบี้"
.
ริคให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าในตอนนั้น แอ๊บบี้ดูอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงไม่สามารถกระดิกหาง หรือแม้แต่ร้องครางเพื่อขอความช่วยเหลือได้
.
“ตามปกติแล้วน้องหมาที่ถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังในถ้ำ พวกเขาจะมีชีวิตรอดอยู่ได้เพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้นหากปราศจากอาหารและน้ำ สิ่งที่เกิดขึ้นกับแอ๊บบี้นับว่าเป็นความโชคดี เพราะบริเวณนั้นมีน้ำที่สะอาดและเพียงพอให้เธอดื่มประทังชีวิต”
ริคให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Dailymail ประเทศอังกฤษ
.
.
ถึงแม้จะมีน้ำมากมายในถ้ำ แต่ร่างกายของสิ่งมีชีวิตก็ยังคงต้องการสารอาหารอื่นอยู่ดี ริครู้สึกสงสัยมากว่าแอ๊บบี้กินอะไรประทังชีวิตถึงได้รอด เขาจึงเดินสำรวจไปรอบ ๆ เพื่อมองหาบางสิ่งที่อาจจะช่วยคลายสงสัย แต่ทว่าเขากลับไม่พบข้อบ่งชี้อื่นใดที่พอจะอธิบายได้เลยในบริเวณนั้น
.
ริคสันนิษฐานว่าแอ๊บบี้อาจจะไม่ได้กินอะไรเลยมาเป็นเวลานาน ซึ่งสอดคล้องกับสภาพร่างกายของเธอที่อยู่ในสภาพผอมแห้งแทบจะเหลือแต่หนังที่หุ้มกระดูกพร้อมสิ้นใจได้ทุกวินาที ริครู้สึกสะเทือนใจมากกับภาพที่ได้เห็นตรงหน้า แอ๊บบี้เป็นนักสู้ที่มีความอดทนสูงจนน่าทึ่ง เธอรอคอยและดิ้นรนเพื่อรักษาลมหายใจเอาไว้อย่างมีหวัง ถึงแม้ความจริงตรงหน้าจะมืดมิด เงียบสงัด แสนโดดเดี่ยวและเยือกเย็นยิ่งกว่าสิ้นหวังก็ตาม...
.
หลังจากที่ได้พบแอ๊บบี้ทีมนักสำรวจก็ตกลงที่จะยุติภารกิจการสำรวจและเปลี่ยนมาเป็นภารกิจช่วยชีวิตแอ๊บบี้แทน โชคดีที่เกอร์รี่และริคได้รับการฝึกเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในถ้ำ ทั้งสองจึงมีทักษะและพอทราบข้อควรปฎิบัติต่อผู้ประสบภัย แต่ถึงอย่างนั้นแอ๊บบี้ก็เป็นประสบการณ์ครั้งแรกของพวกเขา ระหว่างนั้นหนึ่งในทีมนักสำรวจได้หาทางติดต่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพื่อให้พวกเขาเร่งส่งเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์มารอช่วยเหลือแอ๊บบี้ที่บริเวณปากถ้ำ
.
“หลักการการช่วยเหลือมนุษย์สามารถนำมาปรับใช้เพื่อช่วยชีวิตน้องหมาได้เช่นกัน การช่วยเหลือเบื้องต้นคือ เราต้องทำให้พวกเขาตัวแห้ง รู้สึกอบอุ่นขึ้นและระวังไม่ให้เกิดบาดแผลเพิ่มอีก”
ริคกล่าวกับสำนักข่าว CNN ประเทศสหรัฐอเมริกา
.
ทีมนักสำรวจต้องคลานผ่านช่องแคบ ๆ เพื่อที่จะเข้าไปช่วยแอ๊บบี้ออกมาซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทุกขั้นตอนของการช่วยเหลือทุลักทุเลเต็มไปด้วยอุปสรรคและความยากลำบาก
.
“ถ้าเราไม่พาเธอออกไปตอนนี้ หลังจากนี้อีกไม่กี่วันเธอจะสิ้นใจตายอย่างโดดเดี่ยว นับว่าเป็นภารกิจที่ยากมากสำหรับการพาเธอออกจากถ้ำ แต่พวกเราก็พร้อมและเต็มใจมากที่จะได้ช่วยเธอในวันนั้น”
ริคกล่าวกับสำนักข่าว NPR
.
.
เนื่องจากแอ๊บบี้ไม่มีเรี่ยวแรงแม้กระทั่งการพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน ทีมนักสำรวจจึงต้องอุ้มเธอใส่ไว้ในถุงผ้า ก่อนจะค่อย ๆ ลากถุงผ้าผ่านช่องแคบ ๆ ออกมา ทีมนักสำรวจใช้เวลานานกว่า 90 นาที จึงสามารถพาแอ๊บบี้ผู้น่าสงสารออกมาจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย
.
หลังจากนั้นแอ๊บบี้ก็ถูกส่งตัวไปพบสัตวแพทย์ทันที ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยบางส่วนได้นำภาพของแอ๊บบี้ไปสอบถามกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นเพื่อตามหาครอบครัวของแอ๊บบี้ โชคดีที่หนึ่งในชาวบ้านที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบจำแอ๊บบี้ได้ ก่อนจะนำทางไปที่บ้านของเจฟฟ์คุณพ่อหรือผู้ปกครองของแอ๊บบี้เพื่อแจ้งข่าวดี!
.
“ผมประหลาดใจมากตอนที่ได้ยินว่าแอ๊บบี้ยังมีชีวิต เธอคือผู้รอดชีวิตที่แท้จริง เราไม่สามารถอธิบายให้คุณจินตนาการถึงความสุขที่เรารู้สึกในตอนที่เราได้โอบกอดเธออีกครั้งได้จริง ๆ มันมากมายจนนิยามไม่ถูกเลย”
เจฟฟ์กล่าว
.
.
ข้อมูลระบุว่าบ้านของเจฟฟ์อยู่ห่างจากถ้ำ ประมาณ 3.2 กิโลเมตร นั่นทำให้มีความเป็นไปได้มากว่าแอ๊บบี้หนีเที่ยวจนหลงทาง ก่อนจะพลัดตกลงไปในรูแคบ ๆ ที่เชื่อมกับโถงถ้ำใต้ดิน ริคยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าตามปกติแล้วในช่วงเวลานี้ โถงถ้ำจะเต็มไปด้วยน้ำและในบางปีถ้ำก็ถูกน้ำท่วมสูงด้วย นี่อาจจะเป็นเพราะทวยเทพอวยพรแอ๊บบี้ เธอจึงไม่ถูกน้ำท่วมจนจมน้ำตาย อีกทั้งทีมนักสำรวจก็ดันบังเอิญไปพบและช่วยพาเธอกลับบ้านด้วย นี่มันยิ่งกว่าปาฏิหาริย์!
.
แอ๊บบี้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีโดยสัตวแพทย์ ถึงแม้เธอจะฟื้นตัวได้ช้าเพราะอายุที่มาก แต่ร่างกายของเธอก็กำลังแข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้น 2 สัปดาห์ต่อมาแอ๊บบี้ก็กลับมาแข็งแรงจนสามารถกลับบ้านได้อีกครั้ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้มอบเนื้อแท่งเป็นของขวัญเพื่อแสดงความยินดีและปลอบขวัญแอ๊บบี้ด้วย
.
“มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากที่ผมและทีมได้มีโอกาสเข้าไปช่วยชีวิตแอ๊บบี้ นักสำรวจกว่า 30 คนของเราต่างร่วมมือกันเพื่อช่วยแอ๊บบี้”
ริคกล่าว
.
.
หลังจากสิ้นสุดภารกิจ เจฟฟ์ได้กล่าวขอบคุณอย่างสุดซึ้งกับเกอร์รี่ ริคและทีมนักสำรวจที่ช่วยชีวิตแอ๊บบี้เอาไว้ นอกจากนั้นเขายังได้มอบไอศกรีมหนึ่งแกลลอนเพื่อเป็นของขวัญแก่ทีมนักสำรวจถ้ำด้วย
.
เป็นเรื่องราวปาฎิหาริย์และการช่วยเหลือที่น่าประทับใจจริง ๆ ดีใจกับคุณยายแอ๊บบี้และครอบครัวของคุณยายด้วยนะครับ ไม่เอาแล้วนะยายหนีเที่ยวแบบนี้ อายุมากหลง ๆ ลืม ๆ จะกลับบ้านไม่ถูกอีกรอบนะยาย ไม่สาวแล้วนะครับ ที่สำคัญที่ซู้ดต้องขอบคุณความเมตตาและน้ำใจของเพื่อนมนุษย์ใจดี ทีมนักสำรวจที่ไม่ละเลยเพื่อนสัตว์ตัวน้อยที่น่าสงสารช่วยพาเธอกลับบ้านนะครับ ^^
.
.
.
.
ช่วยกดไลก์ กดแชร์ เป็นกำลังใจให้ Dog’s Clip ด้วยนะครับ
หากมีประสบการณ์ หรือเรื่องราวที่น่าสนใจของเหล่าเพื่อนสัตว์
อย่าลืมส่งมาแบ่งปันด็อกคลิปนะครับ เรื่องราวของคุณอาจสร้างแรงบันดาลใจ
หรือช่วยให้เหล่าเพื่อนสัตว์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้
กดเพื่อเข้าร่วมกลุ่มด็อกคลิป , กดเพื่อส่งเรื่องราวของคุณ หรือติดแฮชแท็ก #dogsclip
..................................................................
บทความโดย dogsclip.com
“บทความถูกรวบรวมและเรียบเรียงขึ้นใหม่ด้วยสำนวนของด็อกคลิป บทความมีลิขสิทธิ์ห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก และ หรือ ดัดแปลงนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อสร้างรายได้ก่อนได้รับอนุญาต”
.
.