น้องหมาผู้โชคร้ายพบเจอกับเรื่องโชคร้ายถูกปฏิเสธซ้ำๆ จากคนที่เธอรัก คนที่เธอคิดว่าจะมีหัวใจรักแท้มอบให้ได้ตลอดไป แต่ทว่าสุดท้ายแล้วเธอก็สามารถก้าวข้ามผ่านเรื่องโชคร้ายเหล่านั้นมาได้ด้วยเพราะกำลังใจจากตุ๊กตาหมีเพื่อนรักที่คอยอยู่เคียงข้างเธอในทุกๆ ช่วงชีวิต ถึงแม้ตุ๊กตาหมีจะไม่มีหัวใจไร้ความรู้สึกแต่ทว่าตุ๊กตาหมีตัวนี้กลับทำให้เธออบอุ่นใจไม่ต้องอดทนอยู่กับความโดดเดี่ยว หรือทอดทิ้งเธอเหมือนคนที่เธอรัก....
.
"เอลลี่" (Ellie) น้องหมาสายพันธุ์บูล เลซี่ (Blue Lacy) เพศเมีย อายุ 1 ปี เธอถูกเจ้านายนำมาทิ้งเอาไว้ที่ศูนย์พักพิงสัตว์แห่งหนึ่งในเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยที่ไม่ยอมให้รายละเอียดหรือคำอธิบายกับเจ้าหน้าที่ศูนย์พักพิงสัตว์ ถึงเหตุผลว่าทำไมจึงไม่สามารถดูแลเอลลี่ต่อไปได้
.
ก่อนหน้านี้เอลลี่เคยอาศัยอยู่ภายในศูนย์พักพิงแห่งนี้ และมีโอกาสได้พบกับครอบครัวที่สามารถดูแลเธอได้ ในเวลาต่อมาพวกเขาตัดสินใจรับอุปการะเอลลี่และต้อนรับเธอสู่การเป็นสมาชิกของครอบครัวในบ้านหลังใหม่ด้วย พวกเขาพาเอลลี่ไปพบกับสัตวแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย ทำหมัน ฉีดวัคซีนและฝังไมโครชิพก่อนจะพากลับเข้าไปอยู่ด้วยกันในบ้าน ซึ่งนั่นเป็นการกระทำที่ผู้เป็นเจ้าของสมควรจะทำเพราะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความใส่ใจและความรับผิดชอบ ครอบครัวใหม่ของเอลลี่มักจะแสดงออกว่ารักเธอมาก.... สถานการณ์ทุกอย่างดูเหมือนว่าชีวิตของเอลลี่กำลังจะได้เริ่มต้นอีกครั้ง
.
...นั่นทำให้เจ้าหน้าที่ของศูนย์พักพิงสัตว์ยิ่งรู้สึกแน่ใจว่าเอลลี่ได้พบกับบ้านหลังสุดท้ายของเธอแล้วจริงๆ
.
แต่ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปความดีใจของเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ก็ได้พังทลายลงพร้อมๆ กับเกิดความรู้สึกตกใจและแปลกใจอย่างที่สุดตามมา เมื่อพบว่าครอบครัวใหม่ที่เพิ่งจะรับอุปการะเอลลี่ได้ไม่นานปฏิเสธที่จะดูแลเธอต่อ พวกเขาพาเธอกลับมาส่งคืนให้กับศูนย์พักพิงสัตว์โดยที่ไม่ยอมอธิบายถึงเหตุผลใดๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ศูนย์พักพิงสัตว์ฟังเลย
.
เอลลี่ต้องกลับมาอาศัยอยู่ภายในศูนย์พักพิงสัตว์แห่งเดิมอีกครั้ง ซึ่งในตอนนั้นดูเหมือนว่าเอลลี่ได้เปลี่ยนไปมาก เธอชอบและรู้สึกอุ่นใจมากกว่าถ้าได้อยู่ใกล้ๆ กับครอบครัว ซึ่งนั้นทำให้เอลลี่ค่อนข้างมีปัญหามากเมื่อต้องนอนอยู่ในคอกตามลำพังทั้งวันภายในศูนย์พักพิง ทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆ ตัวทำให้เอลลี่รู้สึกหวาดกลัวไปหมด เอลลี่ไม่สนิทกับน้องหมาตัวไหนเลย อีกทั้งไม่ยอมเปิดใจให้กับเจ้าหน้าที่ศูนย์พักพิงให้เข้ามากอดปลอบประโลมได้เลย
.
เจ้าหน้าที่คิดว่าเอลลี่กำลังเสียใจอย่างมากที่ต้องสูญเสียบ้านและครอบครัวที่เธอได้มอบทั้งหัวใจหวังฝากทั้งชีวิตเอาไว้อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เธอกำลังมึนงงและถามตัวเองว่า...."ผิดอะไร" แต่อย่างไรก็ตามในช่วงเวลานั้นเอลลี่ยังพอจะมีตุ๊กตาหมีตัวโปรดจากบ้านหลังเก่าติดมาด้วย นั่นเป็นสิ่งเดียวที่กำลังปลอบประโลมและเป็นเพื่อนทำให้เธอได้รู้สึกว่ายังมีใครบางคนเคียงข้างไม่รู้สึกโดดเดี่ยวมากจนเกินไป เอลลี่อุ่นใจขึ้นและแน่นอนว่าเธอไม่ยอมปล่อยให้ตุ๊กตาหมีเพื่อนรักห่างจากตัวเลย ทั้งคู่อยู่ใกล้ๆ กันตลอด...
.
แต่เนื่องจากศูนย์พักพิงแห่งนี้มีนโยบายการุณยฆาตสัตว์ที่ไม่มีใครต้องการ... ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยปลอดภัยนัก ถ้าหากว่าเอลลี่จะอาศัยอยู่ที่นี่เป็นเวลานานๆ ด้วยพฤติกรรมของเอลลี่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์หวาดกลัว วิตกกังวลกับสถานที่ใหม่จนไม่ยอมเปิดใจเป็นมิตรกับใครยิ่งทำให้เอลลี่มีโอกาสเสี่ยงที่จะถูกการุณยฆาตมากขึ้นไปอีก เพราะผู้คนส่วนมากไม่ชอบน้องหมาที่มีลักษณะนิสัยแบบนี้เท่าไหร่นัก ซึ่งนั้นเป็นงานหนักสำหรับเจ้าหน้าที่ในการหาใครสักคนที่ยอมเปิดใจรับเลี้ยงเธอได้
.
เอลลี่ยังไม่รู้ว่าชีวิตของเธอกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงอันตราย สภาพจิตใจของเธอนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่โชคดีที่อย่างน้อยๆ เธอยังมีตุ๊กตาหมีเพื่อนสนิทของเธออยู่ข้างๆ เป็นทุกอย่างให้เธอในตอนนั้น
.
ในขณะที่เอลลี่กำลังหวาดกลัวทุกสิ่งและขดตัวนอนกอดตุ๊กตาหมีอยู่ที่มุมคอกภายในศูนย์พักพิงฯ ด้วยความสิ้นหวัง แสงสว่างก็สาดส่องเข้ามาในชีวิตเพื่อนำทางเธอให้เดินออกมาจากมุมมืดสู่ชีวิตใหม่อีกครั้ง เอลลี่ได้พบกับใครบางคนที่ดูเหมือนว่าจะสามารถยอมรับและเปิดใจเพื่อดูแลเธอได้ ใครคนนั้นได้พบเธอเป็นครั้งแรกและตัดสินใจรับอุปการะเธอในทันที
.
เรื่องราวได้เริ่มต้นเมื่อ "เจนนิเฟอร์ เจสซับ" (Jennifer Jessup) หญิงสาวผู้ชื่นชอบการช่วยเหลือสัตว์เป็นชีวิตจิตใจรู้ว่า พี่ชายของเธออยากจะเลี้ยงน้องหมาสายพันธุ์บลู เลซี่ เจนนิเฟอร์จึงออกตามหาตามกลุ่มช่วยเหลือสัตว์ที่รู้จักจนกระทั่งได้พบกับเอลลี่ น้องหมาที่ตรงตามสเป็คที่พี่ชายของเธอต้องการ แต่ทว่ามีอุปสรรคใหญ่คือเอลลี่อยู่ไกลจากเธอมาก หากจะไปรับตัวเอลลี่จริงๆ เธอต้องขับรถข้ามรัฐซึ่งไกลหลายร้อยกิโลเมตร...
.
พี่ชายของเจนนิเฟอร์เต็มใจที่จะออกค่าใช้จ่ายในการทำเอกสาร ค่าตรวจสุขภาพน้องหมาและค่าเดินทางทั้งหมด สำหรับเอลลี่ ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่เคยเห็นหน้าและทำความรู้จักกันมาก่อนเลยก็ตาม และแน่นอนว่าตุ๊กตาหมีเพื่อนรักของเอลลี่ก็ต้องเดินทางมาพร้อมๆ กับเธอด้วย
.
เจนนิเฟอร์ รับปากและทำหน้าที่เป็นผู้นำพาเอลลี่สู่บ้านหลังใหม่ทันทีที่ได้รับการยืนยันจากพี่ชาย เธอขับรถส่วนตัวเดินทางข้ามรัฐเป็นเวลานานหลายชั่วโมง กระทั่งไปถึงศูนย์พักพิงสัตว์ที่เอลลี่อยู่... เมื่อเจนนิเฟอร์ได้เห็นเอลลี่ในครั้งแรก เธอคิดว่าเอลลี่จะเป็นลูกสาวสี่ขาตัวโปรดสมาชิกใหม่ที่ดีในบ้านของพี่ชายได้อย่างแน่นอน .... เอลลี่ออกมาจากศูนย์พักพิงสัตว์แห่งนั้นพร้อมๆ กับเจนนิเฟอร์ในเวลาต่อมา เธอรอดจากการถูกการุณยฆาตแล้ว! ชีวิตของเธอได้พบกับความโชคดีอีกครั้ง
.
เอลลี่นั่งอยู่ที่เบาะด้านหน้าข้างๆ เจนนิเฟอร์พร้อมๆ กับตุ๊กตาหมีตัวโปรดขณะเดินทาง เอลลี่ยังคงนิ่งเงียบและมีอาการตื่นเต้นเล็กน้อยสำหรับการย้ายบ้านอีกครั้ง...
.
ตอนนี้เอลลี่ได้อยู่ในอ้อมกอดของเจ้านายคนใหม่ที่พร้อมจะดูแลเธอแล้ว ...พี่ชายของเจนนิเฟอร์ยิ้มดีใจทันทีที่ได้เห็นน้องหมาสี่ขาสมาชิกใหม่ที่เขารอคอยมาแสนนาน... เขาถูกชะตากับเอลลี่และจะพยายามดูแลเธอให้ดีที่สุด
.
ถึงแม้ว่าในตอนนี้เอลลี่จะยังรู้สึกกลัว เก็บตัวและยังไม่ยอมเปิดใจให้กับครอบครัวใหม่ในวันแรกๆ แต่พวกเขาเชื่อว่าเอลลี่จะรับรู้และสัมผัสได้ถึงความรักความอบอุ่นจากสมาชิกของครอบครัวในบ้านหลังใหม่ได้ในเร็วๆ นี้ อย่าเป็นห่วงไปเอลลี่ยังมีตุ๊กตาหมีเพื่อนแท้ของเธออยู่ข้างๆ และอีกไม่นานเธอจะเปิดใจกับเจ้านายคนใหม่ได้แน่ๆ
.
.
.
.
.
ช่วยกดไลก์ กดแชร์ เป็นกำลังใจให้ Dog’s Clip ด้วยนะครับ
หากมีประสบการณ์ หรือเรื่องราวที่น่าสนใจของเหล่าเพื่อนสัตว์
อย่าลืมส่งมาแบ่งปันด็อกคลิปนะครับ เรื่องราวของคุณอาจสร้างแรงบันดาลใจ
หรือช่วยให้เหล่าเพื่อนสัตว์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้
กดเพื่อเข้าร่วมกลุ่มด็อกคลิป , กดเพื่อส่งเรื่องราวของคุณ หรือติดแฮชแท็ก #dogsclip
..................................................................
บทความโดย dogsclip.com
“บทความถูกรวบรวมและเรียบเรียงขึ้นใหม่ด้วยสำนวนของด็อกคลิป บทความมีลิขสิทธิ์ห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก และ หรือ ดัดแปลงนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อสร้างรายได้ก่อนได้รับอนุญาต”
.
.